งานชาโลก ครั้งที่ 7 ที่ประเทศญี่ปุ่น 7th World O-Cha (Tea) Festival 2019

ชาญี่ปุ่น

ในปัจจุบันความนิยมในชาญี่ปุ่นยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ และโลกของชาญี่ปุ่นนั้นน่าค้นหายิ่งนัก ยิ่งรู้จักยิ่งหลงรัก วัฒนธรรมการดื่มชา ความเชื่อและความศรัทธาจะพาให้เราหลงใหลในวัฒนธรรมของการดื่มชาญี่ปุ่นมากขึ้น

วัฒนธรรมการดื่มชาในประเทศญี่ปุ่นเป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ เสน่ของชาญี่ปุ่นอยู่ที่กลิ่นหอมละมุนและมีรสชาติดี กลิ่นหอมสดชื่นของเซนชะ กลิ่นหอมอันหรูหราของเกียวคุโระและกลิ่นหอมจากการคั่วอบใบชาที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายของโฮจิชะ นอกจากนี้ในชาญี่ปุ่นยังอุดมไปด้วยสารแทนนิน(Tannin) สารคาเตชิน(Catechin) รวมไปถึงวิตามินหลากชนิด จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาญี่ปุ่นเป็นชาที่ดีต่อสุขภาพ

งานชาโลก

งานชาโลกที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี และครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 (7th World O-Cha (Tea) Festival 2019) ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นแล้วไม่มีอะไรที่ธรรมดาแน่นอน งานครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2562 เป็นงานที่รวมกลุ่มผู้ประกอบการชาและผลิตภัณฑ์ชาจากผู้ประกอบการทั่วโลก จัดขึ้นที่เมืองชิซึโอกะ(Shizuoka) เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตชาติดอันดับต้นๆของโลกและยังเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆอีกมากมาย

มาทักทาย Fujisan จากบนอาคารจัดแสดง Granship

สถานที่จัดงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่ Granship (Shizuoka Convention & Arts Center)

การเดินทางสะดวกมากทั้งโดยรถไฟและรถยนต์

การเดินทาง

รถไฟ

รถไฟชินคันเซนสาย Tokaido ใช้เวลา 1 ชั่วโมงจากโตเกียว หรือ  2 ชั่วโมงจากโอซาก้า ลงที่สถานีชิซึโอกะ แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย Tokaido เพื่อไปลงที่สถานี Higashi-Shizuoka ทางออก South Exit เพียง 3 นาทีก็ถึงสถานที่จัดงาน

รถยนต์ 

ใช้เวลาเพียง 20 นาทีจาก Shizuoka Interchange(I.C.) ขึ้นทางด่วน Tomei และ 10 นาทีจาก Chiyoda-Agetsuchi Interchange(I.C.) บนทางด่วน Seishin

แผนที่จัดแสดงงานบน Google Map
ภายในงานจัดแสดงลูกบอลดอกชา
บรรยากาศภายในพื้นที่จัดแสดง

TH-JP Alliance, World Tea party

การจัดแสดงชาไทยในครั้งนี้นำทีมโดยคุณ Nakakoji, Chamber of Tea Association of Shizuoka Pref. จากประเทศญี่ปุ่นและ ผศ.ดร.ปิยภรณ์ เชื่อมชัยตระกูล หัวหน้าสถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผู้ประกอบการชาจากประเทศไทยที่ร่วมกันผนึกกำลังเป็นตัวแทนจากประเทศไทยนำเสนอชาไทยหลากหลายชนิดให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลอง

เครือข่ายชาระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยนั้นได้รับความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาศักยภาพและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในอุตสาหกรรมชา รวมไปถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าและพัฒนาอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมชาของทั้งสองประเทศ

“ชาญี่ปุ่น เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม แต่เป็นมรดกของแผ่นดินที่ฝังรากอยู่ในลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่น ซึมซาบอยู่ในกระแสเลือด ถ่ายทอดผ่านวัฒนธรรมอันเหนียวแน่นมานับพันปี และมีวิวัฒนาการทางการผลิตด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย แต่คงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างดียิ่ง”
รองศาสตราจารย์ ดร. อำนาจ ขาวเครือม่วง
University of Shizuoka

ในงานนี้ทีมงานจากประเทศไทยทุกคนมาพร้อมกับความปิติยินดีที่ได้มาบอกเล่าเรื่องราวของชาไทยให้คนต่างชาติได้รู้จัก พร้อมกับการชิมชาจากประเทศไทย ขอบอกว่าชาจากประเทศไทยทุกประเภทที่เราได้นำมานั้นได้รับการชื่นชมและการต่อแถวเพื่อรอชิมชากันอย่างล้นหลาม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากชาได้แก่ สบู่ชา (Yuka Tea Series Soap) แบรนด์เชียยู [คลิก] ที่นำมาเปิดตัวในงานนี้เป็นครั้งแรกก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้ลูกค้าโดยไม่ได้ตั้งใจต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่มองเห็นความตั้งใจของทีมงานเชียยู และคอยผลักดันแบรนด์เชียยูเสมอมา

เรียกได้ว่างานที่ยิ่งใหญ่นี้เป็นการจัดงานที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการชาในเมืองชิซึโอกะเป็นอย่างดี นอกจากพื้นที่จัดงานแสดงนี้แล้ว โรงงานผู้ผลิตในอุตสาหกรรมชา ยังได้เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทีมงานได้มีโอกาสขับรถชมโรงงานอีกหลายโรงงานในพื้นที่ หากมีโอกาสจะมาบอกเล่าประสบการณ์ในตอนต่อไป

ในหนังสือชาแสดงพื้นที่ปลูกชาในประเทศไทย
นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากชาที่ได้รับรางวัล ประจำปี 2019
ผลิตภัณฑ์ชาจากผู้ผลิตประเทศญี่ปุ่น

เคล็ด(ไม่)ลับกับการชงชา

อุณหภูมิของน้ำที่แตกต่างกัน ทำให้รสอร่อยของชาแตกต่างกันไป

องค์ประกอบที่ทำให้เกิดรสชาติในชาแบ่งได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆคือ คาเตชินที่ให้รสฝาด คาเฟอีนที่ให้รสขม และไทอะนีนที่ให้รสอูมามิ ปริมาณของสารทั้งสามชนิดนี้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงชา ยิ่งอุณหภูมิสูงยิ่งสกัดคาเตชินที่ให้รสฝาดและคาเฟอีนที่ให้รสขมได้มาก ส่วนไทอะนีนจะถูกสดัดออกมามากเมื่อชงเป็นเวลานาน

หากต้องการดื่มชาที่มีรสค่อนข้างฝาดหรืออยากดื่มชาแก้ง่วงก็ต้องชงชาด้วยน้ำอุณหภูมิสูงในระยะเวลาสั้น หากไม่ชอบดื่มชาที่ฝาดเกินไปก็ชงด้วยน้ำอุณหภูมิปานกลางเป็นระยะเวลานานก็จะทำให้รสฝาดในชาลดลง

อุณหภูมิของน้ำมีผลต่อกลิ่นหอมของชาด้วยเช่นกัน หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอมต้องชงด้วยน้ำอุณหภูมิสูงด้วยระยะเวลาอันสั้น

เพียงแค่รู้จักจุดเด่นของชาญี่ปุ่นก็จะสามารถค้นหาวิธีการชงในแบบที่ตัวเองชอบได้อย่างง่ายดายและเพลินเพลินกับชาญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

ที่มา NPO The Japan Tea Instructor Association
หนึ่งในบูทจัดแสดง สาธิตวิธีการชงชา

ชานวดมือ ศิลปะการนวดใบชาด้วยมือแบบดั้งเดิม

การนำยอดอ่อนของใบชามานวดด้วยมือทั้งสองข้าง แล้วค่อยๆทำให้แห้ง ใช้มือนวดใบชาแต่ละใบจนได้ชาเส้นเล็กเหมือนเข็ม จากนั้นเมื่อนำมาชงด้วยน้ำร้อนใบชาจะค่อยๆพองตัวจนกลายเป็นรูปร่างเดิม

ชานวดมือเมื่อดื่มเข้าไปแล้วรสอร่อยจะฟุ้งหระจายอยู่ในปาก บริเวณปลายลิ้นจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่กลมกล่อม

การนวดชาแบบฉบับของคนญี่ปุ่น
"Tea was first introduced to Japan from China in the 700s. During the Nara Period (710-794), tea was a luxury product only available in small amounts to priests and noblemen as a medicinal beverage."
ชาชื่อดังจากประเทศอินเดีย
อุปกรณ์ชงชาหลากหลายชนิด
บรรยากาศการสาธิตและชิมชาจากผู้ผลิตภายในงาน
"In Japan, I took part in a tea ceremony. You go into a small room, tea is served, and that's it really, except that everything is done with so much ritual and ceremony that a banal daily event is transformed into a moment of communion with the universe."
Okakura Kakuzo
ห้องสาธิตพิธีการชงชา
สวนชาและภูเขาไฟฟูจิเอกลักษณ์ของเมืองชิซึโอกะ ประเทศญี่ปุ่น

งานชาโลกครั้งต่อไปคงต้องติดตามกันดูว่าจะมีอะไรที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแบบนี้อีก หากเพื่อนๆท่านใดสนใจหรืออยากให้ทีมงานนำเสนอเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจสามารถแสดงความคิดเห็นมาได้เลยแอดยินดีรับไว้พิจารณาและสัญญาว่าจะนำสาระดีๆมาแลกเปลี่ยนกันในโอกาสต่อๆไป โปรดติดตามกันด้วยน๊าาา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *